หมอบรัดเล...มาจันทบุรี

       จังหวัดจันทบุรี เป็นเมืองอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพ ฯ ไกลออกไปประมาณ 6400 เส้น ใกล้กับเขตแดนเขมร สมัย พ.ศ. 2378 เมืองนี้มีราษฎรประมาณ 10000 คน เฉพาะแต่ในเมืองมีราษฎรประมาณ 1000 ถึง 5000 คน หมอ บรัดเล

ดร.แดน บีช แบรดเลย์

ดร.แดน บีช แบรดเลย์
(Dr.Dan Beach Bradley)

       ดร.แดน บีช แบรดเลย์ (Dr.Dan Beach Bradley) ชาวไทยเรียกกันว่า หมอบรัดเลย์ หรือ ปลัดเล เป็นชาวนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดเมื่อ พ.ศ.2345 หมอบรัดเลย์ เดินทางเข้ามายังสยาม เมื่อ พ.ศ. 2378 โดยพักอาศัยอยู่กับมิชชันนารี ชื่อ จอห์นสัน ที่วัดเกาะ เมื่อเข้ามาอยู่เมืองไทยในตอนแรก หมอบรัดเลย์ เปิดโอสถศาลาขึ้นที่ข้างใต้วัดเกาะ รับรักษาโรคให้แก่ชาวบ้านแถวนั้น พร้อมทั้งสอนศาสนาคริสต์ให้แก่ชาวจีนที่อยู่ในเมืองไทย ส่วน ซาราห์ ภรรยาของหมอเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ หมอบรัดเลย์ นับว่าเป็นหมอฝรั่งคนแรกที่ได้นำเอาหลักวิชาแพทย์สมัยใหม่เข้ามาเผยแพร่ในเมืองไทย  มีการผ่าตัดและช่วยรักษาโรคต่างๆ  โดยใช้ยาแผนใหม่  ซึ่งช่วยให้คนไข้หายป่วยอย่างรวดเร็ว  ที่สำคัญที่สุด คือ การปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ ด้วยคุณงามความดีที่ หมอบรัดเลย์ มีต่อแผ่นดินไทย  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พวกมิชชันนารีและ หมอบรัดเลย์ เช่าที่หลังป้อมวิไชยประสิทธิ์อยู่จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานให้อยู่โดยไม่ต้องเสียค่าเช่า จนกระทั่ง หมอบรัดเลย์ ถึงแก่กรรม เมื่อ พ.ศ.2416 รวมอายุได้ 71 ปี 

{ 26 ตุลาคม 2378 }

 พวกมิซชันนารีไปชม “เรือใบอาเรียล” ซึ่งต่อมาจากเมืองจันทบุรีมาถึงได้ 2-3 วันเท่านั้น จะนำมาถวายให้ในหลวงทอดพระเนตร พวกมิซชันนารีกล่าวว่า “เรืออาเรียลนี้เป็นเรือลำแรกที่ทำเทียมเรือฝรั่งหลวงนายสิทธิ์ไม่มีแบบดี แต่เที่ยวได้จำแบบจากเรือฝรั่งลำโน้นนิดลำนี้หน่อย แล้วมาทำขึ้น ถึงเช่นนั้น นับว่าทำพอใช้ทีเดียว”

 { 6 พฤศจิกายน 2378 }

 เรเวอเรนต์ ยอนสัน กับภรรยามาหา หมอบรัดเลย์ แจ้งว่า หลวงนายสิทธิ์ เชิญเขาทั้ง 2 ไปเมืองจันทบุรี แลจะให้พักอยู่ที่นั่นสัก 6 เดือน ด้วยหลวงนายสิทธิ์ ภรรยาแลลูก มีความประสงค์จะเรียนภาษาอังกฤษ ในโอกาสอันนี้ ยอนสันจะได้แจกหนังสือและสอนสาสนาแก่พวกจีนที่จันทบุรีด้วย

{ 7 พฤศจิกายน 2378 }

 ยอนสันกับภรรยาตกลงจะไปกับหลวงนายสิทธิ์แน่นอน หมอบรัดเลย์ ก็จะไปด้วย

หมอบรัดเลย์

หมอบรัดเลย์

{ 12 พฤศจิกายน 2378 }

หมอบรัดเลย์อกจากบ้านไปลง “เรืออาเรียล” ซึ่งจะไปยังเมืองจันทบุรี พร้อมด้วย ยอนสัน กับ ภรรยา ไปถึงเรือเวลาเที่ยงตรงได้พบกับมารดาแลภรรยาของหลวงนายสิทธิ์ไปถึงเรือก่อนแล้ว มารดาแลภรรยาของหลวงนายสิทธิ์นี้ เป็นคนอัธยาศัยดีทั้งคู่ คุณกลิ่น (ภรรยาหลวงนายสิทธิ์) ออกตัวแลขอโทษแก่พวกฝรั่งว่าเรือคับแคบ หลวงนายสิทธิ์จัดให้พวกฝรั่งพักบนดาดฟ้าชั้นบน เรือแล่นไปสะดวกดีเกินที่คาดหมายกัน

{ 13 พฤศจิกายน 2378 }

รุ่งเช้าเรือล่องลงมาถึง ปากน้ำ มารดาแลญาติพี่น้องผู้หญิงของหลวงนายสิทธิ์ลงเรือมาส่งแค่นี้แล้วขึ้นจากเรือที่ปากน้ำ พวกมิซชันนารีที่ไปเมืองจันทบุรีคราวนี้ ได้รับความเอาใจใส่จาก กัปตันลีช พวกลูกเรือแลผู้ที่มาด้วยเปนอย่างดี

{ 14 พฤศจิกายน 2378 }

พอน้ำมากข้ามสันดอนได้ก็ออกเรือ มุ่งไปยัง ศรีมหาราชา เรือแล่นไปโดยสวัสดิภาพ

{ 15 พฤศจิกายน 2378 }

ถึง ศรีมหาราชา เรือทอดสมอทางทิศใต้ของ เขาเขียว เวลาประมาณ 5 ก.ท. หลวงนายสิทธิ์เชิญ หมอบรัดเลย์ พร้อมด้วยโยนส์แลภรรยาให้ขึ้นไปเที่ยวบนฝั่ง พวกมิซชันนารีจึงขึ้นไปเที่ยวบนฝั่งกับหลวงนายสิทธิ์แลคุณกลิ่นภรรยาของท่าน หลวงนายสิทธิ์แลพวกมิซชันนารีเที่ยวอยู่ที่ฝั่งนั้นหลายชั่วโมง มีความสนุกสนานแลสบายเป็นอันมาก แลรับประทานอาหารกันที่ฝั่งนั้น มีผู้คนจัดอาหารมาให้มากมาย เวลา 10 ก.ท. จึงบ่ายหน้ากลับไปยังเรือ คุณกลิ่นกับพวกมิซชันนารีมาเรือลำเดียวกัน หลวงนายสิทธิ์มาอีกลำหนึ่งต่างหาก เวลา 11 ก.ท. เรือถอนสมอเดินทางต่อไปอีก

{ 18 พฤศจิกายน 2378 }

 วันนี้กำหนดกันไว้ว่าจะมาถึง ปากน้ำจันทบุรี ก็มาถึงตามที่คาดหมาย ผ่านแหลม ๆ หนึ่งเรียกว่า “แหลมสิงห์” แลเกาะเล็ก ๆ อิกเกาะหนึ่ง น้ำขึ้นมาก จนฝั่งปริ่มน้ำทำให้แลเห็นภาพทางเกาะงดงามมากเหลือที่จะพรรณนา ท่าเรือจันทบุรี

{ 19 พฤศจิกายน 2378 }

ที่ท่าเรือจันทบุรี รุ่งขึ้นวันที่ 19 แลเห็น เมืองจันทบุรี พวกมิซชันนารี รู้สึกยินดีเป็นอันมากที่เดินทางผ่านพ้นอันตรายมาได้ แลขอบคุณพระเป็นเจ้ามาก ที่ ปากน้ำเมืองจันทบุรี มีท่าเรือ ที่ท่าเรือนี้มีภูเขายื่นออกมาทางทะเลโค้งเป็นวงแขน เหมาะที่จะเป็นท่าเรือมากทีเดียว จากทะเลขึ้นไปประมาณ 10 ไมล์แลเห็น เขาสระบาป และต้นมะพร้าวขึ้นสะพรั่งไปหมด

{ 21 พฤศจิกายน 2378 }

 เพราะเหตุที่เมืองจันทบุรี ไม่ได้อยู่ริมทะเล หลวงนายสิทธิ์ล่วงหน้าขึ้นไปเมืองตั้งแต่เมื่อวานนี้ ส่งเรือมารับพวกมิซชันนารีลำ 1 พวกมิซชันนารีดีใจมากที่จะได้ขึ้นบก แต่เรือที่ส่งมารับนั้นเป็นเรือใบ เผอิญลมไม่มีต้องใช้แจว เลยไม่ถึงในตอนเย็นวันนั้น ต้องค้างคืนในเรือ 1 คืน เวลา 4 ก.ท. พวกมิซชันนารีตื่นขึ้นนึกว่าถึงเมืองแล้ว แต่ยังไม่ถึง ถึงบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งหลวงนายสิทธิ์กะไว้ว่าจะมาคอยพวกมิซชันรีอยู่ที่นั่น แต่พวกมิซชันนารีมาถึงช้าไป จึงคลาดกับหลวงนายสิทธิ์ไปเสีย

ตำบลอู่ต่อเรือสยาม

ตำบลอู่ต่อเรือสยาม

{ 22 พฤศจิกายน 2378 }

เรือนที่พวกมิซชันนารีพักอยู่นี้ เป็นเรือนบ้านนอก อยู่ที่ ตำบลอู่ต่อเรือสยาม ซึ่ง “เจ้าพระยาพระคลัง” กับ “หลวงนายสิทธิ์” มาทำการต่ออยู่นั้น ในเวลานั้นก็ยังมีเรือที่กำลังต่ออยู่อิกกว่า 50 ลำ น้ำหนักลำละ 300 ถึง 400 ตัน เรื่องที่ไทยเตรียมต่อเรือไว้มากเช่นนี้ เข้าใจว่า เป็นเพราะต้องการจะเตรียมตัวไว้มิให้พวกญวนมา รบกวนทางเมืองแถบนี้ สำหรับลำเลียง ทหารไปรบกับญวน ในปลายปี พ.ศ. 2378

{ 23 พฤศจิกายน 2378 }

หมอบรัดเลย์ กับ ม. โยนส์ แลภรรยาเดินทางไปยัง บางกะจะ ในเวลาที่พวกมิซชันนารีผ่านไปนั้น มีคนมาดูแลถามว่าจะไปไหนกัน พวกมิซชันนารี บอกว่าจะไปหาหลวงนายสิทธิ์ คนหล่านั้นก็ช่วยบอกหนทางให้ เวลา 4 ล.ท. พวกมิซชันนารีไปถึงบ้านหลวงนายสิทธิ์ แลรับประทานอาหารเย็นพร้อมกันที่นั่น

{ 12 ธันวาคม 2378 }

หลวงนายสิทธ์ มีความกรุณาเตรียมข้าวของแลเครื่องเสบียงอาหารอันจะใช้เป็นของสำหรับเดินทางกลับกรุงเทพ ฯ ให้แก่ หมอบรัดเลย์ เป็นจำนวนมาก

 { 14 ธันวาคม 2378 }

หมอบรัดเลย์ ลงเรือที่ ปากน้ำจันทบุรี เดินทางกลับกรุงเทพ ฯ กลับมาพร้อมกับน้องเขยของหลวงนายสิทธิ์ (พระยาสุรเสนาสวัสดิ์)

{ 19 ธันวาคม 2378 }

หมอบรัดเลย์ ถึงปากน้ำ เมืองสมุทรปราการ

{ 20 ธันวาคม 2378 }

หมอบรัดเลย์ ลง เรือสำปั้น เข้ามากรุงเทพ ฯ กับ นายสุดจินดา (ตำแหน่งหุ้มแพร เทียบเท่านายร้อยเอกในกองทัพบก)

{ 21 ธันวาคม 2378 }

 หมอบรัดเลย์ ถึงกรุงเทพฯ มีความสุขสบายดี

พวกมิซชันนารี 2 คน คือ เรเวอเรนต์ ยอนสัน กับภรรยา ได้ไปจังหวัดจันทบุรี พวกมิซชันนารีได้รับอนุญาต ให้แจกหนังสือแลสอนสาสนาแก่พวกจีนที่เมืองนี้ได้ตามความชอบใจ เรเวอเรนต์ ยอนสัน กับภรรยา ได้อยู่ที่เมืองจันทบุรี กับครอบครัวของหลวงนายสิทธิ์ลูกชายเจ้าพระยาพระคลัง ซึ่งเป็นผู้เชิญให้ไปถึง 6 เดือน

โดย โย่ง แหลมสิงห์

line